PRINCIPALITY OF ZEON


    เล่้าจากคนที่พึ่งไปกลับมานะ

ปี 3 นี่สนุกมากครับ :lol:

Spoil สักหน่อยสำหรับคนอยากรู้ หุหุ
เล่าคร่าวๆที่ไปมา เพิ่งถึงบ้านเองนะเนี่ยหุหุ

วันที่ 1
- เดินทางไปเขาชนไก่
- ชม อุทยานประวัติศาสตร์สงครามเก้าทัพ สบายๆ
- เข้าไปพิธีเปิด
- จัดแบ่งกองร้อย แบ่งหมวด
ผมได้อยู่ พัน34 ครับ ขอบอกว่า สบายจริงๆ
:: พักสบาย เวลาอยากน้ำเยอะ
:: Buddy ท่านจะเรียงไปตามดวงครับ 5 5 5+ สำหรับพัน 34
(หาเพื่อนสนิทที่อยากให้เป็น buddy ยืนข้างหน้าหรือข้างหลังตอนจัดกองร้อยไว้นะครับหุหุ)
- หลังเที่ยงก็ไป ดูฝึกการยิงปืน วิธีการยืงปืน
- กลับมาพัน 34 เกือบๆ 18.00น.
- กินข้าว แล้วอาบน้ำ กินข้าวเสร็จประมาร 18.30น. ให้แยกไปอาบน้ำถึงเวลา 18.45น.
สบายครับ อาบน้ำชิวๆเลย :lol:
- แล้วก็ปล่อยพัก ไปซื้อของ บริการความสดชื่น 5 5 5+ อีกเป็นชม.
- แล้วเรียกรวมมาสวดมนต์ นอน

วันที่ 2
- ตื่น เดินทางไปยิงปืน
- กระสุนคนละ 26 นัด ปีนี้น้อยจริงๆเลย เหอะๆ
:: ผมยิงไม่โดนอะไรเลย หมวกเหล็กบังเป้ามิดชิดเลย 5 5 5+ เล็งไม่ได้สักแอะ
รอคนยิงจนเสร็จหมดทั้งกองพัน แล้วกลับไปยังพัน 34
- กินข้าว + บริการความสดชื่น (มีทุกพักเลยก็ได้ว่างั้นครับหุหุ พักกินข้าว พักระหว่างฝึก พักอะไรก็มีครับหุหุ)
- ฝึกการทดสอบกำลังใจ 10 สถานี
:: คล้ายๆลูกเสือครับ พวกปีนกำแพง ไต่กำแพงเชือก อะไรประมาณนี้
:: แต่พี่แก ข้ามไปหมด ทำมั่งไม่ทำมั่ง สบายแฮ ไม่ค่อยทำอะไรเลย
- เดินทางกลับกองพัน แล้วใส่ชุดครึ่งท่อน ไปเขาชนไก่
:: ชันสุดๆ ไม่ไหวอย่าขึ้น เหอะๆ ประมาณ 2,000 เมตร แต่กองร้อยผม ขึ้นไปแค่ 800 เมตรเอง 5 5 5+
:: แล้วลงมา พักอีกครึ่งชม.ได้ละ ก็กลับครับ
- จัดของ จำเป็น *** เน้นว่าแค่จำเป็นเพราะแทบไม่ต้องเอาอะไรไปเลยสำหรับวันที่ 3 ครับ
:: เอาแค่เสื้อใน กกน. ถุงเท้า แปรงสีฟัน ยาสีฟัน พลาสติกปูพื้น ถุงนอน/ผ้าห่ม ไปก็พอละครับ
:: แนะนำถ้ามีไฟฉายให้พกไปด้วย มิเช่นนั้นตอนจะนอนในวันที่ 3 จะมืดเพราะพี่แกปิดไฟเกลี้ยง :-(
- แล้วเขาจะมีให้ซื้อถุงพลาสติก สำหรับใส่ของฝากไว้
- แล้วก็กินข้าว อาบน้ำ หรือจะไปกินที่ บริการความสดชื่นก็ได้ครับ ให้เวลาเกือบๆ 1 ชม.
- รวม สวดมนต์ นอน

วันที่ 3
- ตื่นตี 4 ครึ่ง เดินทางไปยังสถานีฝึก 32 พร้อมปืน 1 กระบอก( ปืนต้องรักษายิ่งชีพ เลยนะ)
- ฝึกบุคคลทำการรบในเวลากลางวัน มี 3 สถานี & กินข้าวกลางวัน
:: กินข้าว หลังจากฝึก 2 สถานี - ฝึกต่ออีก 1 สถานีหลังกินข้าว
:: การพราง :: การตรวจการณ์ และสังเกตการณ์ :: ? (ลืมแหะ) มีคลานเล็กน้อย เปื้อนเล็กน้อย
- ทำอาหารกินเอง (ข้าวเย็นไม่มีบริการความสดชื่นครับ :'-()
:: หุงข้าวรอดกินได้พอดี :: อุปกรณ์การกิน มีให้ครับ :: เพื่อความมั่นใจ แนะนำ ปลากระป๋องเผื่อไปสักกระป๋องด้วย 8-)
:: ไม่ต้องเอา ที่รองกระติกมาใส่ข้าว หุง / กิน นะครับหุหุ
- ฝึกบุคคลทำการรบในเวลากลางคืน อีก 3 สถานีครับ
อันนี้ไปดูกันเอง สบายๆ
- คืนนี้ ไม่มีอาบน้ำครับหุหุ ข้ามไป สวดมนต์ แล้วนอนเลยครับ (คืนนี้ไม่มีบริการความสดชื่นครับเอิ๊กๆ :'-()

วันที่ 4
- สถานีฝึก 31 สุดยอด~ (ที่ๆ จ่านรกอยู่)
:: รอดครับท่าน จ่านรกไม่อยู่ (เห็นเขาบอกว่าไปตปท.)
- เป็นการฝึก รุกรับพลิกผัน ... เอ้ยไม่ใช่ ... บุกโจมตี และ การตั้งรับ , การถอนกำลัง ในสภาพกดดัน และไม่กดดัน
:: มี บริการความสดชื่น ตั้งอยู่ด้วยได้ไปใช้บริการอีกตามเคย
- เดินทางกลับพัน 34 แล้วคืนปืนครับ เย้ ไม่หนักปืนแล้ว คืนสุดท้ายด้วย :thumbsup:
- คืนปืนเสร็จ ก็รับของที่ฝากไว้
- กินข้าว อาบน้ำ บริการความสดชื่น สบายๆครับพักผ่อนสบายๆ
- รวม สวดมนต์ นอนครับ

วันที่ 5 ** อย่าลืมทำท่าปาดคอเวลาผ่านพวกที่นั่งรถเข้ามาต่อจากเราด้วยละ อิอิ เพื่อความสะใจ~ :devil:
- ตื่นตี 5 เดินทางไปยังสถานีฝึก 34
- โดดหอ : คนที่นน.เกิน 85 กก. , ผ่าไส้ติ่ง ไส้เลื่อน , แขนหัก , ขาหัก(ส่วนน่องขาขึ้นไป) จะคัดไว้ไม่ให้โดด เพื่อความปลอดภัย
:: ตอนโดดสนุกดี เสียว~
- เชือกข้ามคู (1 เส้น 2 เส้น 3 เส้น)
:: ด้วยความสนุกเลยไปข้ามเชือกเส้นเดียว อยู่บนเชือกไปได้ครึ่งทางพลิกตัวไปใต้เชือก
ออกแรงสุดชีวิตกลับมาข้างบนได้ กระดิ๊บไปอีกนิดนึงล่วงไปข้างล่างอีก 5 5 5+
ห้อยแบบนั้นไปถึงอีกฝั่งได้รอดตัว  5 5 5+
- กินข้าวเที่ยง (มีบริการความสดชื่นตามเคยหุหุ)
- รวม พิธีจบ
- เดินทางกลับ
:: ขากลับซวยเหอะๆ รถคันนึงในขบวนกลับ ชนวัว
จอดไป 15 นาที คันนั้นวอมาบอกว่า วัวลุกเดินออกถนนไปแล้ว
นั่งต่อไปอีกได้ 15 นาที รถคันนั้นเสียเลย 5 5 5+ รอไปอีก 30 นาที ถึงเดินทางต่อเหอะๆ
- ถึง สวนเจ้าเชตุ ตอน 5โมงเย็น แล้วก็ รวมกล่าวคำปฏิญาณ
แล้วก็กลับบ้านครับ เย้ :thumbsup:

:: คลื่นโทรศัพท์ ที่แนะนำ

Dtac - โทรได้คลื่นเต็ม โทรสบาย บางเวลามีอาการ Network Busy
(แต่ทำไมพอเพื่อนตูยืมไปโทรปุปติดปัป พอกลับมาตูก็โทรไม่ติดอีกเวงจิง)
TrueMove - คลื่นมี แต่บางจุดในกองพัน โทรไม่ได้ -*-
AIS - คลื่นเต็ม โทรสบาย ไร้กังวล
PCT - ไม่ต้องพกไป บร้าจริง มันใช้ได้แต่ใน กทม. เหอะๆ

:: สิ่งของที่นำไป และได้ใช้/ไม่ได้ใช้
- ชุดรด. 2 ชุด :: ชุดแรกใส่มัน 4 วันแรกเลย วันสุดท้ายใส่ชุดใหม่ เท่ใหม่เอี่ยม~
- เสื้อในรด. 5 ตัว
- ถุงเท้า 5 คู่
- กางเกงใน 5 ตัว
- สบู่ ยาสระผม ขัน (ไม่ได้ใช้ ยืมเพื่อนมันหมดทุกชิ้น 5 5 5+)
- รองเท้าแตะ :: เอาไว้อาบน้ำ
- ยากันยุง (ไม่ได้ใช้ ไม่มียุงสักกะตัวไม่มีโดนกัดสักกะนิด) :: กันไว้ดีกว่าแก้
- ผ้าเช็ดตัว 1 ผืน
- พลาสติกปูพื้น 1 ผืน
- ช้อน 2 คัน :: สำรองไว้ 1 เผื่อหาย :: พกติดตัวตลอดเวลา กินเมื่อไหร่ใช้เมื่อนั้น
- เงินจำนวนหนึ่งไว้ใช้ บริการความสดชื่น และอีก 50฿ ไว้โดดหอ
- สมุดจด และปากกา (ไม่ได้ใช้ ยกเว้นหัวหน้าหมวด หัวหน้ากองร้อย หัวหน้ากองพัน)
- ถุงนอน

ขอขอบคุณพี่น้อง bones นะครับ ที่ช่วยเล่าประสบการณ์

    รู้ไหม "เขา" เหล่านี้เคยผ่านอะไรมาบ้าง 
ชายคนหนึ่งเพิ่งจะมาพูดได้ตอนอายุ 4 ขวบ
ชายคนนั้น...เพิ่งจะมาอ่านหนังสือออกตอนอายุ 8 ขวบ
ชายคนนั้น...เคยถูกไล่ออกจากโรงเรียน
ชายคนนั้น...เคยถูกปฎิเสธจากโรงเรียนอาชีวะแห่งซูริค
ชายคนนั้น...เคยถูกอาจารย์ระบุว่า
"สมองช้า ไม่ชอบสังคมและล่องลอยอยู่ในความฝันอันโง่เขลาของตัว เองตลอดเวลา"
ชายคนนั้น...ชื่อ "อัลเบิร์ต ไอสไตน์" บิดาแห่งปรมาณู

ชายคนหนึ่งเคยถูกปฎิเสธจากโรงเรียนเตรียมทหารเวสต์พอ ยต์
ชายคนนั้น...ลองสมัครใหม่ดูอีกที
ชายคนนั้น...ถูกปฎิเสธอีกครั้ง
ชายคนนั้น...พยายามเป็นครั้งที่สาม
ชายคนนั้น...ได้รับอนุญาตให้เข้าเรียน
ชายคนนั้น...ได้เป็นทหารสมใจ
ชายคนนั้น...เข้าไปอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์สงครามโลก ครั้งที่สองได้สำเร็จ
ชายคนนั้น...ชื่อ "นายพล ดักลาส แมคอาเธอร์" ผู้พิชิตแปซิฟิคแห่งสงครามโลกครั้ง
ที่สอง

ชายกลุ่มหนึ่ง...เป็นนักดนตรี
ชายกลุ่มนั้น...เคยถูกปฎิเสธจากผุ้บริหารคนหนึ่งจากบ ริษัทเดคคาเรคคอร์ติ้ง
ชายกลุ่มนั้น...ถูกปฎิเสธด้วยเหตุผลที่ว่า "เราไม่ชอบเสียงเพลงของพวกเขา
และกลุ่มนักดนตรีที่เล่นกีตาร์กำลังจะหมดสมัยแล้ว"
ชายกลุ่มนั้น...มีนามว่า "เดอะ บีเทิลส์" สี่เต่าทองแห่งตำนาน

ชายคนหนึ่ง...เป็นนักกีฬา
ชายคนนั้น...เล่นบาสเกตบอลให้กับทีมโรงเรียนมัธยม
ชายคนนั้น...เคยถูกคัดออกจากทีมโรงเรียน
ชายคนนั้น...ชื่อ "ไมเคิล จอร์แดน" หนึ่งในนักกีฬาบาสเกตบอลที่ทำเงินมากที่สุด
ในโลก

ชายคนหนึ่ง...เป็นนักแต่งเพลงชาวเยอรมัน
ชายคนนั้น...สูญเสียความสามารถในการฟังลงเรื่อยๆ
ชายคนนั้น...หูหนวกสนิทเมื่อมีอายุได้ 46 ปี
ชายคนนั้น...ได้ใช้ช่วงเวลาบั้นปลายชีวิตประพันธ์เพล งที่ยอดเยี่ยมที่สุด
ชายคนนั้น...ชื่อ "ลุดวิก ฟาน บีโธเฟน" นักประพันธ์เพลงชื่อก้องโลก

ชายคนหนึ่งสอบตกประถม 6
ชายคนนั้น...เคยมีชีวิตที่พ่ายแพ้และล้มเหลวมาตลอด
ชายคนนั้น...ล้วนทำประโยชน์ครั้งใหญ่ๆเมื่อเขากลายเป ็นผู้สูงอายุแล้ว
ชายคนนั้น...ได้เป็นนายกรัฐมนตรีอังกฤษเมื่ออายุ 62 ปี
ชายคนนั้น...ชื่อ "วินสตัน เชอร์ชิล" อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ

ชายคนหนึ่งเรียนปริญญาตรี
ชายคนนั้น...เคยถูกจัดให้เป็นแค่นักศึกษาระดับกลางเท ่านั้น
ชายคนนั้น...เคยสอบได้อันดับที่ 15 จากนักศึกษา 22 คนในวิชาเคมี
ชายคนนั้น...ชื่อ "หลุยส์ ปาสเตอร์"

ชายคนหนึ่งเป็นนักร้อง
ชายคนนั้น...เคยถูกผู้จัดการของ แกรนด์โอเลโอเพรย์ไล่ออก
ชายคนนั้น...เคยโดนดูถูกว่า "แกมันไปไม่ถึงไหนเลย แกควรกลับไปขับรถบรรทุก
มากกว่า"
ชายคนนั้น...ชื่อ "เอลวิส เพรสลีย์"

หญิงคนหนึ่งเป็นนางแบบผู้เปี่ยมไปด้วยความหวัง
หญิงคนนั้น...ทำงานให้กับบริษัทบลูบุ๊คโมเดลลิ่งเอเจ นซี่
หญิงคนนั้น...เคยโดนผู้อำนวยการบริษัท บลูบุ๊คโมเดลลิ่งเอเจนซี่ดูถูกว่า
"เธอควรไปเรียนด้านเลขาฯ หรือไม่ก็แต่งงานเสียดีกว่า"
หญิงคนนั้น...ชื่อ นอร์มา จีน เบเกอร์ หรือที่รู้จักกันในนาม "มาริลีน มอนโร"
นั่นเอง

ชายคนหนึ่ง หลงใหลวิชาการเงินอย่างมาก
ชายคนนั้น...ยื่นใบสมัครกับมหาวิทยาลัยธุรกิจฮาวาร์ด อันเลื่องชื่อ
ชายคนนั้น...ถูกปฎิเสธในเวลาต่อมา
ชายคนนั้น...ไม่ยอมแพ้ เดินหน้าเข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยธุรกิจโคลัมเบีย
ชายคนนั้น...สำเร็จการศึกษา
ชายคนนั้น...ปัจจุบันมีสินทรัพย์รวมกว่า 44,000 ล้านเหรียญสหรัฐ จากเงินลงทุน
เพียง 100 เหรียญสหรัฐ
ชายคนนั้น...ชื่อ "วอเรน บัฟเฟตต์" นักลงทุนอัจฉริยะ อภิมหาเศรษฐีอันดับสองของ
โลก

ชายคนหนึ่ง หลงใหลในคอมพิวเตอร์อย่างมาก
ชายคนนั้น...ชอบหมกตัวกับคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ
ชายคนนั้น...ถูกเพื่อนมองว่า "สกปรก - บ้าคอมพิวเตอร์"
ชายคนนั้น...เคยเสนอซอฟแวร์ระบบให้กับ แอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์
ชายคนนั้น...ถูกปฎิเสธอย่างไม่ใยดี
ชายคนนั้น...ปัจจุบันคือผู้ให้การช่วยเหลือด้านเงินท ุนกับ แอปเปิ้ล
คอมพิวเตอร์
ชายคนนั้น...เคยถูก ไอบีเอ็ม มองว่า "แค่เด็ก"
ชายคนนั้น...ปัจจุบันเป็นผู้นำบริษัทซอฟแวร์ที่ทรงอิ ทธิพลมากที่สุดในโลก
ชายคนนั้น...ชื่อ วิลเลี่ ยม เฮนรี่ เกตส์ ที่สาม หรือที่รู้จักกันในนาม "
บิลล์ เกตส์" ผู้ก่อตั้งไมโครซอฟต์ มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลก ผู้ถือครอง
สินทรัพย์กว่า 46,000 ล้านเหรียญ

ผมเชื่อว่าทุกคนเคยแพ้ ผมเชื่อว่าทุกคนเคยล้มเหลว

แต่คนแพ้ไม่ใช่คนที่ล้มเหลว

คนล้มเหลวคือ...คนที่ล้มเลิกต่างหาก

ทุกคนต่างก็มีความฝัน แต่จะมีคนสักกี่คน ทำความฝันนั้นให้เป็นจริงได้...

From ทำดีดอทเนต

    สุดทึ่ง! “ครูตลอดชีวิต” ศรีสะเกษ - เกษียณแล้ว 15 ปียังมาสอน นร.ไม่เคยขาด
ศูนย์ข่าวนครราชสีมา - ศรีสะเกษพบ “ครูตลอดชีวิต” เผย “คุณตาครูวัลลภ” อายุ 75 ปี เกษียณอายุราชการไปแล้ว 15 ปีแต่ยังคงมาสอนเด็กนักเรียนไม่เคยขาดด้วยความรักในอาชีพ “พ่อพิมพ์ของชาติ" และผูกพันกับโรงเรียน ยืนยันจะสอนเด็กนักเรียนไปจนกว่าจะตายไปจากโลกนี้ แนะครูรุ่นหลานให้ตั้งใจสอนเด็กเพื่อความสุขในชีวิตของความเป็นครู
     
      วันนี้ (15 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่โรงเรียนบ้านหัวขัวนาแปะหนองอึ่ง ต.หนองอึ่ง อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ นายวัลลภ พรมพุ้ย อายุ 75 ปี อดีตข้าราชการครูโรงเรียนแห่งนี้ ได้เดินทางมาที่โรงเรียนเพื่อปฏิบัติภารกิจประจำวันคือการช่วยสอนหนังสือเด็กนักเรียนและดูแลความเรียบร้อยต่างๆ ร่วมกับผู้บริหารโรงเรียนและคณะครูทุกคน
     
      นายวัลลภ หรือที่คณะครูและเด็กนักเรียนทุกคนเรียกว่า “คุณตาครู” ถึงแม้จะเกษียณอายุราชการไปแล้วถึง 15 ปี แต่ก็ยังมาสอนหนังสือเด็กนักเรียนและช่วยเหลือทางโรงเรียนไม่เคยขาด โดยจะช่วยสอนเด็กนักเรียนทุกชั้นเรียนที่ครูประจำวิชาไม่อยู่ หรือไปราชการ เพื่อให้เด็กนักเรียนได้เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง และไม่ได้มุ่งหวังค่าตอบแทนจากทางราชการแต่อย่างใด ทำให้คณะครูและนักเรียนทุกคนรักใคร่ ชื่นชมคุณตาครูวัลลภเป็นอย่างมาก
     
      นายอำนาจ หนองกก ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหัวขัวนาแปะหนองอึ่ง เปิดเผยว่า คุณตาครูวัลลภ เกษียณอายุราชการ เมื่อปี 2537 แต่แม้ว่าจะเกษียณอายุราชการไปแล้ว ก็ยังมาโรงเรียนเป็นประจำด้วยความรักในอาชีพความเป็นครู และผูกพันกับโรงเรียนแห่งนี้ พร้อมทั้งได้ให้การช่วยเหลือทางโรงเรียนอยู่เสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้าไปช่วยสอนเด็กนักเรียนในช่วงที่ครูประจำชั้นไม่อยู่หรือออกไปราชการข้างนอกติดต่องานต่างๆ

    “คุณตาครูวัลลภ จะเข้าสอนแทนครูประจำได้ทุกชั้นเรียน ซึ่งผู้บริหารโรงเรียนและครู ทุกคน ให้ความเคารพรักคุณตาครูวัลลภเป็นอย่างมาก เพราะได้ให้การช่วยเหลือทางโรงเรียนทุกด้านเท่าที่สามารถทำได้” นายอำนาจ กล่าว
     
      นายอำนาจ กล่าวต่อว่า ล่าสุดเมื่อวันที่ 13 พ.ย.50 ที่ผ่านมา คุณตาครูวัลลภ ได้ช่วยเหลือทางโรงเรียนด้วยการจัดทำผ้าป่าการศึกษาและมอบทุนอาหารกลางวันให้กับทางโรงเรียนเป็นเงินประมาณ 50,000 บาท ซึ่งเมื่อรวมกับเงินกองทุนที่คุณตาครูวัลลภได้ทำมาก่อนหน้านี้เป็นเงิน ร่วม 100,000 บาทแล้ว นับว่าคุณตาครูวัลลภเป็นปูชนียบุคคลที่ทรงคุณค่าของวงการครูในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ศรีสะเกษ เขต 2 เป็นอย่างมาก
     
      ด้าน คุณตาครูวัลลภ พรหมพุ้ย อดีตข้าราชการครูบำนาญ อายุ 75 ปี กล่าวว่า นับตั้งแต่เกษียณอายุราชการตนก็ยังคงมาช่วยสอนหนังสือแก่เด็กนักเรียนอยู่เป็นประจำ เพราะผูกพันกับการสอนเด็กนักเรียนมาชั่วชีวิต ดังนั้น จึงเข้ามาช่วยเหลือทางโรงเรียนเพื่อช่วยสอนหนังสือ และช่วยเหลือทางโรงเรียนในทุกด้าน
     
      “ขอฝากถึงครูรุ่นหลานๆ ขอให้ตั้งใจในการอบรมสั่งสอนเด็กนักเรียนให้ได้ดี เพื่อจะทำให้เกิดความสุขอย่างแท้จริงในชีวิตของความเป็นครู ซึ่งผมจะขอทำหน้าที่ในการสอนหนังสือเด็กนักเรียนตลอดไปจนกว่าจะตายไปจากโลกนี้” คุณตาครูวัลลภ กล่าว

สุดยอด ครับ __/|\__

Blog Entryคู่แท้ของโลก(...)Jan 16, '08 12:48 PM
for everyone
    คู่แท้ของโลก =?
---------- อิอิอิ
พ่อ*=*แม่
กาแฟ*=*คอฟฟี่เมต
เบส*=*กีตาร์
ปากกา*=*ลิควิด
เจน*=*ทาร์ซาน
ซาตาน*=*เทวา
สุรา*=*นารี
ขี้*=*แมลง
ฉัน*=*เทอ
เรอ*=*ตด
มด*=*น้ำตาล
รัฐบาล*=*ฝ่ายค้าน
คุก*=*นักโทษ
โจทย์*=*จำเลย
กะเทย*=*สีรุ้ง
ผักบุ้ง*=*เต่า
ท่านเปา*=*ศาลไคฟง
สบง*=*จีวร
ค้อน*=*ตะปู
ไขควง*=*น็อต
จอร์จ*=*ซาร่า
อาม่า*=*อากง
ชาวประมง*=*ทะเล
คาน*=*เสา
เรา*=*นาย
ทราย*=*ทะเล
เจ*=*ปิ่น
ขมิ้น*=*ปูน
หนู*=*แมว
แจ๋ว*=*คุนผู้ชาย
ตาย*=*เกิด
เบิร์ด*=*ฮาร์ท
ตลาด*=*แม่ค้า
ปลาร้า*=*ส้มตำ
ท่อ*=*มาริโอ้
โจโฉ*=*เล่าปี่
เด๋อ ดี๋*=*ดู๋ เด่น
อาเวน*=*อารากอน
ฟุตบอล*=*สตั๊ด
สกัด*=*ไทเกอร์ๆๆ อัพเปอร์คัท++
อ่อนแอ*=*แข็งแรง
แพง*=*ถูก
ฟูก*=*ตะเกียง
ตะเกียง*=*จินนี่
อัสนี*=*วสันต์
พระจันทร์*=*พระอาทิตย์
พริท*=*ยู้ฮูว
น้ำเต้าหู้*=*ปาท่องโก๋
โง่*=*ฉลาด
สะอาด*=*สกปรก
นรก*=*สวรรค์
จัน*=*อิน
ลิ้น*=*ฟัน
หมูหัน*=*หมั่นโถว
เคโระ*=*คิตตี้
พริตตี้*=*มอเตอร์โชว์
จิ๊กโก๋*=*ปากซอย
สะพานลอย*=*ขอทาน
อาจารย์*=*นิสิต
พระอิฐ*=*พระปูน
คูณ*=*หาร
มิลาน*=*อินเตอร์
แฮมเบอร์เกอร์*=*เฟรนซ์ฟราย
ชาย*=*หญิง
หมูปิ้ง*=*ข้าวเหนียว
ไข่เจียว*=*ซอสมะเขื่อ
เหลือเฟือ*=*ขาดแคลน
แดน*=*บีม (ตอนนี้แยกวงไปซะแล้น)
ฟิล์ม*=*กล้อง
น้อง*=*พี่
ตี๋*=*หมวย
กระบวย*=*ตุ่ม
ศิลป์จุ่ม*=*ทอมทอม
ทอม*=*เจอรี่
บุหรี่*=*ไฟแช๊ก
แม็ค*=*เคเอฟซี
สตรี*=*บุรษ
หยุด*=*ไป
ไฟ*=*น้ำ
ส้มตำ*=*ไก่ย่าง
กว้าง*=*แคบ
ซ่อนแอบ*=*หา
หน้า*=*หลัง
พระถัง*=*หงอคุง
ลง*=*ขึ้น
ปืน*=*กระสุน
บุ๋น*=*บู๊
ประตู*=*หน้าต่าง
ด่าง*=*กรด
ลด*=*เพิ่ม
สเปริ์ม*=*ไข่
เรียนต่อไป*=*ซิ่ว
ตะหลิว*=*กะทะ
พี่จ๊ะ*=*พี่ปุ้ย
ซีอุย*=*ตับเด็ก
เล็ก*=*ใหญ่
ทำไม*=*เพราะว่า
จุฬา*=*ธรรมศาสตร์
กากบาท*=*วงกลม
ขม*=*หวาน
มาร*=*เทพ
เซฟ*=*ธนาคาร
ถ่าน*=*เตาอั้งโล่
แตงโม*=*ลุงฟรุต
สรยุทธ*=*กนก (ได้ข่าวว่าแยกวง)
ครก*=*สาก
ยาก*=*ง่าย
ซ้าย*=*ขวา
ป้า*=*ลุง
ยุง*=*มาลาเรีย
เมีย*=*ผัว
ลูกบัว*=*ถั่วแดง
แกง*=*ข้าว
มะพร้าว*=*ลิง
คิง*=*ควีน
ฮาโลวีน*=*ฟักทอง
กลอง*=*ฉาบ
บาป*=*บุญ
คุณ*=*กะคัยซักคนหนึ่ง คุนหาเขาเจอรึยัง???




Blog Entryงานที่ 8 Mind MappinGAug 31, '07 11:23 AM
for everyone
Attachment: สถิติ.ppt

1.จงหา สัมประสิทธิ์ ของ x8 ในการกระจาย (x5-1/x3)8

1.60         2.70         3.80         4.90


2.ในการกระจาย (a+b)n ปรากฏว่าสัมประสิทธิ์ของ T8 เท่ากับ T18 ค่า n คือเท่าไร

                1.22                         2.24                         3.26                         4.28


เฉลย 1.ตอบ 2     2.ตอบ 3


Blog Entryวันแม่Aug 11, '07 1:21 PM
for everyone


ยาวหน่อยนะ แต่อยากให้อ่านกัน
บทความพระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เรื่องแม่

ในบรรดาคำพูดของมนุษย์ไม่ว่าจะเป็นชาติใดภาษาใด คำว่า "แม่" ดูจะเป็นคำศักดิ์สิทธิ์ที่มีมนต์ขลัง มีความหมายกินใจอย่างลึกลับและลึกซึ้งมากที่สุด เพราะอะไร? ทุกคนย่อมมี "แม่" ผู้ให้กำเนิดเป็นเพื่อนเราคนแรกในโลกทีเดียว องค์สมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งเป็น "ครู" ที่เราเคารพและยึดมั่นในพระปัญญาคุณ พระกรุณาธิคุณและพระบริสุทธิคุณ แม้ว่าท่านจะเสียพระพุทธมารดาตั้งแต่ประสูติได้ 7 วัน ท่านคงจะมีความรู้สึกเกี่ยวกับแม่ไม่ต่างจากบุคคลอื่นสังเกตได้จากคำสอนในพุทธศาสนาที่เกี่ยวกับแม่ทั่วๆ ไปที่จะยกขึ้นมา ก่อนที่จะกล่าวถึงแม่ "แม่" ของข้าพเจ้าคนเดียว

พระพุทธองค์ทรงแสดงพระธรรมเทศนาเกี่ยวกับแม่ไว้หลายครั้ง บ้างก็เอ่ยถึงพ่อแม่ควบกันไป บ้างก็เอ่ยเฉพาะแม่โดดๆ เช่นในโสณนนทชาตกมีคาถาที่กล่าวไว้ว่า

สุหทา มาตา มารดาเป็นผู้ใจดี
ชยนฺตี มาตา มารดาเป็นผู้ให้เกิด
โปเสนฺตี มาตา มารดาเป็นผู้เลี้ยงดู
โคเปนฺตี มาตา มารดาเป็นผู้คุ้มครองรักษา
วิหญฺญนฺติ มาตา มารดาเป็นผู้เดือดร้อนเป็นห่วงเป็นใย
อนุกมฺปกา ปติฎฐา จ ปุพฺเพ รสทที จโน มคฺโค สคฺคสฺส โลกสฺส
มารดาเป็นผู้เอ็นดู เป็นที่พึ่ง เป็นผู้ให้รส (น้ำนม) มาก่อน เป็นทางแห่งโลกสวรรค์

ในสคาถวคฺด มีว่า มาตา มิตฺตํ สเก ฆเร มารดา เป็นมิตรในเรือนของตน

สพฺรหฺมสุตฺต มีความว่า พฺรหฺมาติ ภิกฺขเว มาตาปิตูนเมตํ อธิวจนํ ภิกษุทั้งหลาย คำว่า พรหมนี้เป็นชื่อของมารดาบิดา ปุพฺพเทวาติ ภิกฺขเว มาตาปิตูนเมตํ อธิวจนํ ภิกษุทั้งหลาย คำว่า บุพพเทพเป็นชื่อของมารดาบิดา ปุพฺพาจริยาติ ภิกฺขเว มาตาปิตูนเมตํ อธิวจนํ ภิกษุทั้งหลาย คำว่าบุพพาจารย์เป็นชื่อของมารดาบิดา

จริงอยู่ ข้าพเจ้ามีแม่ที่มีคุณธรรมตรงกับพุทธภาษิตที่ยกขึ้นข้างต้นทุกประการ แต่ท่านมีตำแหน่งเป็นสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งหมายความว่า ท่านเป็น "แม่" ของคนทั้งชาติ แล้วก็เป็นแม่ "ส่วนตัว" ของข้าพเจ้าด้วย ทำให้เขียนเรื่องยากขึ้นอีก ทางที่ดีก็เลือกลักษณะอะไรเด่นๆ มาพูดสักอย่างเดียว คิดดูแล้วตกลงว่าจะเขียนถึงท่านในแง่เป็นบุพพาจารย์หรือเป็นครูคนแรก

คุณยายเล่าให้ฟังเสมอว่า ตั้งแต่ทรงพระเยาว์ สมเด็จแม่กับน้า โปรดปรานการเล่นครูนักเรียนกับเด็กที่บ้าน โดยท่านจะเป็นครูและให้เด็กคนอื่นเป็นนักเรียน สมเด็จแม่ทรงมีวิธีการสอนหนังสือที่ดีอยู่แล้ว เด็กๆ ทั้งหลายจึงชอบเป็นลูกศิษย์ท่านกัน จนกระทั่งน้าร้องไห้เพราะไม่มีใครไปโรงเรียนของน้า ร้อนถึงคุณยายต้องมาเป็นตระลาการตัดสินคดีให้แบ่งเด็กไปเข้าโรงเรียนของน้าบ้าง เมื่อการเป็นเช่นนี้ ก็ไม่เป็นการยากสำหรับท่านเลยในการที่จะสั่งสอนและสอนหนังสือลูกๆ ด้วยพระองค์เอง ตอนเล็กๆ ท่านสอนให้พับกระดาษ เขียนรูปและทำการฝีมือต่างๆ โดยถือแนวว่าคนเราไม่ควรปล่อยเวลาว่างผ่านไปโดยไรประโยชน์ ถ้าเรานั่งดู ที.วี. วันเสาร์อาทิตย์เฉยๆ โดยมือไม้ไม่ได้ทำอะไรให้เป็นประโยชน์เป็นโดนกริ้ว

ตอนบ่ายๆ ท่านไล่ให้ลงไปวิ่งเล่นข้างล่าง เพราะเด็กๆ ควรได้อากาศบริสุทธิ์ โตขึ้นท่านจะให้มีหน้าที่ดูแลสนาม ถอนหญ้าแห้วหมู และคอยตัดหญ้ากับต้นข่อยที่ดัดเป็นรูปต่างๆ เป็นการออกกำลังกายที่เป็นประโยชน์ พอค่ำลงเราก็ขึ้นมารับประทานอาหาร ตอนอาหารนี้ถ้าว่างพระราชกิจ สมเด็จแม่มักจะอยู่ด้วย ประการแรกท่านจะได้ดูว่ารับประทานที่มีคุณค่าทางอาหารพอหรือไม่ ประการที่สอง ดูมารยาทโต๊ะ และประการที่สาม เป็นข้อที่พี่น้องทุกคนรวมทั้งพี่เลี้ยงชอบที่สุด คือท่านจะเลือกหนังสือดีๆ สนุกๆ มาเล่าให้ฟัง หนังสือที่ท่านเอามาเล่าบางทีก็เป็นนิทานธรรมดาๆ หรือนิทานเรื่องชาดกในพุทธศาสนา บางทีก็เป็นหนังสือประวัติศาสตร์ ประวัติบุคคลสำคัญ และความรู้รอบตัวอื่นๆ บางครั้งเป็นข่าวจากหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ ตอนหลังๆ นี้ท่านชอบอ่านเป็นภาษาอังกฤษให้เราหัดฟังภาษาด้วย นานๆ ที่ก็อาจจะมีการถามปัญหาทวนความจำ ถ้าตอบถูกมักมีรางวัลเงินสด ๑ บาท เป็นที่ขบขันกันในครอบครัวว่าหนังสือธรรมดาๆ ที่น่าเบื่อที่สุดในโลก พอสมเด็จแม่เล่ามันสนุกตื่นเต้นมีรสมีชาติขึ้นมาทันที ท่านจะเน้น ระบายสี หยิบยกจับความที่น่าสนใจขึ้นมาเล่า (ทูลหม่อมพ่อยังโปรดฟัง) ทำให้จำง่ายไม่ต้องท่อง เรื่องนี้มีความลับอย่างหนึ่ง (ที่เปิดเผยได้แล้ว) ว่า บางทีข้าพเจ้าขี้เกียจอ่านหนังสือเพราะเรียนเยอะแยะ ก็อาศัยจำเอาจากที่สมเด็จแม่เล่า นำมาวิจารณ์เพิ่มเติม แล้วใช้ตอบข้อสอบ หรือเขียนรายงานส่งครูสบายๆ

เรื่องนิทานของสมเด็จแม่มีเรื่องที่น่าตื่นเต้น คือเรื่องผี แต่ก่อนนี้พี่เลี้ยงไม่ยอมเล่าเรื่องผี พอไปโรงเรียนเพื่อนๆ ก็มาหลอก สมเด็จแม่ท่านว่า ถ้ามานั่งอธิบายว่าผีไม่มีจ้างก็ไม่เชื่อ ท่านจึงสำทับโดยการเล่าเรื่องผีที่น่ากลัวกว่าให้เข็ด

เมื่อตอนเล็กๆ ตั้งแต่เริ่มเรียนประถม ท่านสอนภาษาไทย โดยการให้อ่านวรรณคดีเรื่องยืนโรงสามเรื่องคือ พระอภัยมณี อิเหนา และรามเกียรติ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องอิเหนา ท่านให้ท่องกลอนตอนที่เพราะๆ เช่น ว่าพลางทางชมคณานก โผนผกจับไม้อึงมี่ ฯลฯ

คงจะเป็นเพราะได้อ่านกลอนมาแต่เล็กๆ ทำให้ข้าพเจ้าชอบเรียนวรรณคดีไทย ชอบแต่งกลอน

ตอนเด็กๆ ข้าพเจ้าเรียนวิชาภาษาอังกฤษค่อนข้างจะอ่อนและหนีเรียนอยู่เสมอ หลังจากฟังพระบรมราโชวาทของทูลกระหม่อมพ่อเรื่อง "ทำไมคนเราต้องเรียนภาษาอังกฤษ" แล้วสมเด็จแม่ก็ค่อยๆ เริ่มสอนศัพท์อังกฤษให้ท่องให้อ่านหนังสือตามลำดับยากง่าย จนเดี่ยวนี้พอจะส่งภาษาฝรั่งมังฆ้องมังค่าได้

นอกจากจะเรียนหนังสือที่โรงเรียนแล้วสมเด็จแม่ยังทรงจัดให้ลูกๆ เรียนพิเศษวิชาต่างๆ มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ทั้งภาษา เลข ดนตรี วาดรูป และแม้ว่าท่านไม่นิยมความฟุ่มเฟือย (ข้าวของทุกอย่างต้องใช้อย่างประหยัด) เรื่องการใช้จ่ายในเรื่องการเล่าเรียน การซื้อหนังสือ ท่านจ่ายอย่างไม่อั้น เพราะวิชาความรู้ทำให้เราสามารถทำงานช่วยคนหมู่มาก ช่วยบ้านเมืองได้ สมบัติใดๆ ย่อมไม่ประเสริฐเท่าการกระทำคุณงามความดี เพื่อช่วยเหลือผู้อื่นและวิชาความรู้

ตอนระยะหลังมานี้ พระราชกิจมีมากยิ่งขึ้น ตั้งแต่ในด้านการดูแลความเรียบร้อยของสถานที่ เวลามีใครมาเฝ้าฯ จนกระทั่งความเป็นอยู่ของราษฎร เวลาเสด็จออกเยี่ยมราษฎรทูลกระหม่อมพ่อมักจะทรงเป็น ผู้แนะนำในทางด้านการชลประทาน การเกษตรเป็นส่วนใหญ่เมื่อทรงพบคนเจ็บ ทั้งทูลกระหม่อมพ่อและสมเด็จแม่จะทรงให้หมอในขบวนเสด็จตรวจดูถ้าป่วยมาก โปรดฯ ให้เข้าโรงพยาบาล และให้การศึกษาแก่คนที่อยากเรียนแต่ไม่มีทุน พระราชดำริที่สำคัญของสมเด็จแม่ในเรื่องของราษฎร คือการสนับสนุนอาชีพนอกจากการทำเกษตรกรรม บางปีการเพาะปลูกจะไม่ได้ผลดีนัก ด้วยดินฟ้าอากาศไม่อำนวย เกษตรกรต้องเดือดร้อน บ้างก็ต้องทิ้งบ้านช่องไร่นาเข้าหางานทำที่อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องเข้ามาทำงานในเมือง ดังนั้นเขาควรจะมีงานทำเพื่อเพิ่มพูนรายได้ สมเด็จแม่ทรงมีพระราชดำริว่า งานอุตสาหกรรมในครัวเรือนเป็นงานที่เหมาะสมมาก คนไทยเราเป็นผู้ที่มีฝีมือในทางการช่าง มีหัวทางศิลปอยู่แล้วจึงสนับสนุนได้ไม่ยาก ก็โปรดเกล้าฯ สนับสนุนงานที่เหมาะสมกับแต่ละภาค เช่น การทอผ้า การจักสาน การทำตุ๊กตาไทย เป็นต้น การส่งเสริมนั้นได้ทรงส่งข้าราชบริพารให้เข้าไปติดตามซื้อผลผลิตมาด้วยราคาที่เหมาะสม พระราชทานวัตถุดิบในการผลิตด้วย ของที่นำมาเช่น ผ้ามัดหมี่ ก็ทอดพระเนตร ควบคุมคุณภาพ และจ่ายงานให้ผู้ผลิตด้วยพระองค์เอง โปรดการใช้สอยของที่ผลิตในประเทศไทย บางอย่างแม้ว่าจะแพงหน่อยถ้าเรามีสตางค์แล้วก็ควรจะจ่าย เช่น เราตัดเสื้อสักตัว คนที่ทอผ้าก็ได้เงิน แล้วต่อมาเจ้าของร้านตัดเสื้อลูกมือลูกจ้างอีกหลายคนก็ได้ด้วย เป็นการกระจายรายได้และป้องกันปัญหาการว่างงานด้วย

เรื่องอื่นที่สมเด็จแม่พระราชทานพระราชดำริมีอีกหลายเรื่องที่สำคัญๆ คือ การจัดตั้งมูลนิธิสายใจไทย ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือสนองคุณผู้ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อป้องกันประเทศชาติ การจัดละครรักชาติ เป็นต้น

กล่าวโดยสรุปแล้ว ในระยะหลังๆ แม้ว่าข้าพเจ้าจะไม่มีโอกาสได้เรียนภาษาอังกฤษภาษาไทยกับท่านบ่อยอย่างแต่ก่อน แต่ก็ได้ศึกษาเรียนรู้ทัศนคติอันเป็นแนวทางประพฤติปฏิบัติที่เป็นประโยชน์ต่อชีวิตมาก ยังเป็นครูที่ดีทีเดียว

ถึงแม้ว่าสมเด็จแม่จะทรงมีความคิดต่างๆ มากมาย และทรงบ่นเก่งเมื่อพวกเราทำผิด (ซึ่งก็ไม่แปลกอะไร) ก็ทรงมีน้ำพระทัยกว้างขวางที่จะยอมรับฟังความคิดของลูกๆ จริงอยู่ท่านไม่พอพระทัยถ้าเรา "เถียง" แต่ถ้าเป็นการ "ออกความเห็น" อย่างสุภาพก็ไม่ทรงว่าอะไรจะดีพระทัยเสียอีก ว่าเรารู้จักคิดเหตุผล

เรื่องของแม่มีอยู่มากมายเกินกว่าจะกล่าว นับว่าข้าพเจ้าเป็นผู้โชคดีที่มีทั้งพ่อและแม่ที่เป็นแนวทางให้ยึดถือได้อย่างภาคภูมิใจ ที่เขียนเรื่องนี้มิได้ตั้งใจอวดโม้ แต่เป็นเพียงบันทึกความทรงจำเล็กๆ น้อยๆ บางประการเท่านั้น
๒๕๒๐


ที่มา : ธนาคารกรุงเทพ จำกัด. รวมพระราชนิพนธ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี.
กรุงเทพฯ : ไทยวัฒนาพานิช, ๒๕๒๑.



Blog Entryงานที่ 3Jul 22, '07 1:39 AM
for everyone
Attachment: งาน 3.doc

Blog Entryแบบทดสอบ 5 ข้อJul 1, '07 8:31 AM
for everyone
    เพื่อฝึกฝนความแข็งแกร่ง
แยกโจทย์กับเฉลย เอาไว้นะ

Attachment: ข้อสอบ 5 ข้อ.doc
Attachment: เฉลย โจทย์ 5 ข้อ.doc

© 2008 Multiply, Inc.    About · Blog · Terms · Privacy · Corp Info · Contact Us · Help